
การทำ PRP คืออะไร? ใช้รักษาด้านไหนได้บ้าง
PRP หรือ Platelet-Rich Plasma เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ใช้ พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งสกัดมาจากเลือดของผู้เข้ารับการรักษาเอง เพื่อนำมาใช้กระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูเนื้อเยื่อในร่างกาย โดยเกล็ดเลือดใน PRP มี สารสำคัญที่เรียกว่า Growth Factors ซึ่งช่วยเร่งกระบวนการฟื้นฟูผิวและเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

PRP ใช้รักษาด้านไหนได้บ้าง?
การทำ PRP ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในหลากหลายด้าน เช่น
การฟื้นฟูผิวหน้า (Facial Rejuvenation):
- ลดริ้วรอย
- กระชับรูขุมขน
- เพิ่มความกระจ่างใสและความยืดหยุ่นของผิว
การกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม (Hair Restoration):
- ช่วยรักษาปัญหาผมบางหรือผมร่วง
- กระตุ้นรูขุมขนให้ผลิตเส้นผมใหม่
การรักษาอาการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ (Orthopedic & Sports Medicine):
- บรรเทาอาการปวดจากการอักเสบของข้อหรือเส้นเอ็น
- เร่งการฟื้นฟูเนื้อเยื่อจากการบาดเจ็บ
การรักษารอยแผลเป็น (Scar Treatment):
- ลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวหรือการบาดเจ็บ
การรักษาเพื่อสุขภาพผิวกาย (Body Rejuvenation):
- ลดรอยแตกลาย
- เพิ่มความเรียบเนียนให้ผิวบริเวณต่าง ๆ
จุดเด่นของ PRP
- ใช้เลือดของตัวเอง: ลดความเสี่ยงต่อการแพ้หรือปฏิกิริยาแทรกซ้อน
- กระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ: กระตุ้นการฟื้นฟูโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีหรือยาที่รุนแรง
- ปลอดภัยและไม่ต้องพักฟื้นนาน: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์โดยไม่ต้องหยุดกิจวัตรประจำวัน
ขั้นตอนการทำ PRP
- เก็บตัวอย่างเลือด:
แพทย์จะทำการเจาะเลือดจากแขนของผู้เข้ารับการรักษา - ปั่นแยกชั้นพลาสมา:
ใช้เครื่องปั่นแยกเลือดเพื่อสกัดเอาเฉพาะเกล็ดเลือดและพลาสมาที่เข้มข้น - ฉีด PRP:
นำ PRP ที่ได้มาฉีดในบริเวณที่ต้องการรักษา เช่น ผิวหน้า หนังศีรษะ หรือข้อที่มีการอักเสบ - การดูแลหลังทำ:
แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการดูแลตนเองหลังการรักษา
การดูแลหลังการทำ PRP
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดบริเวณที่ฉีดใน 24 ชั่วโมงแรก
- งดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ระคายเคือง เช่น กรดวิตามินซี หรือ Retinol
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น การออกกำลังกายหนัก
- ทาครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
การทำ PRP เป็นวิธีการฟื้นฟูที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการใช้ธรรมชาติในร่างกายของตัวเองเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาในหลายด้าน ทั้งเรื่องผิวพรรณ เส้นผม และการบำบัดอาการเจ็บปวดของเนื้อเยื่อ การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด.